วิทยุสื่อสาร ดูอย่างไรว่าไม่เถื่อน!!

วิทยุสื่อสาร เป็นสิ่งที่นักวิทยุสมัครเล่นทุกคนต้องมีและใช้กันอยู่แล้ว ทั้งซื้อหามา ทั้งสร้างหรือประดิษฐ์ ทดลองเล่นกันเอง จะอย่างไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ยิ่งมีนักวิทยุสมัครเล่นหน้าใหม่เข้ามาในวงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดคำถามหลายต่อหลายอย่างที่แฮมมือใหม่ต้องค้นคว้าหาความรู้ แน่ล่ะครับจั่วหัวเรื่องการดูวิทยุมาซะขนาดนี้ บทความนี้ก็จึงอุทิศให้เป็นเรื่องของการเลือกดูและเลือกซื้อวิทยุสื่อสารแบบที่เรียกว่าถูกต้อง  ..ถูกอะไรหรอ?? ถูกกฏหมายซิครับ ไม่ใชเรื่องความคุ้มค่านะ แต่เป็นเรื่องของความถูกต้องทางกฏหมายล้วนๆ ครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคำว่าเถื่อนในความหมายคืออะไร อาจมองได้ 2มุมนะ

มุมแรก คือเถื่อนเพราะ ลอกเลียนแบบเจ้าของลิขสิทธิ์เขามา และตั้งใจวางขายโดยใช้เครื่องหมายการค้าเดียวกับต้นฉบับเลย เครื่องแบบนี้จะสังเกตได้จากราคาจะถูกมากๆ เพราะลดสเปค ลดต้นทุนการผลิตลง ใช้วัสดุคนละเกรด แต่หน้าตาเหมือนกันอย่างกะแกะ ส่วนใหญ่เครื่องพวกนี้จะไม่มีปท.ครับ เน้นก็อปปี้ขายอย่างเดียว
ส่วนอีกมุมคือ เครื่องของลิขสิทธิ์แท้ๆเลยครับ แต่ไม่ผ่านการนำเข้าที่ถูกต้องของประเทศเรา บางคนเรียกเครื่องหิว บางคนเรียกเครื่องหนีภาษี จะอะไรก็ช่างเครื่องกลุ่มนี้ก็จะไม่มีปท.อีกนั่นแหละ ก็คือเครื่องเถื่อนเหมือนๆกัน

จะเห็นว่าเครื่องเถื่อนที่ผมกหมายถึงนั้น จะมีทั้งแบบของแท้ และของไม่แท้นะ ฉะนั้นเครื่องเถื่อนก็อาจไม่ใช่ของปลอมนะจะอย่าเข้าใจผิด

“วิทยุสื่อสาร ดูอย่างไรว่าไม่เถื่อน!!” ผมหมายถึงการเลือกซื้อวิทยุสื่อสารที่มีขายเกลื่อนอยู่ตามท้องตลาดครับว่าจะซื้ออย่างไรไม่ให้ผิดกฏหมาย วิทยุสื่อสารที่เรามีใช้กันอยู่ทุกวันนี้จะมีหมายเลขกำกับไว้อย่างน้อย 2ชุด

ชุดแรกคือซีเรียลนัมเบอร์(serial number) เป็นกลุ่มตัวเลขที่ทางผู้ผลิตเอาไว้ใช้อ้างอิงในสายการผลิต และยังเป็นการใช้ยืนยันหรือระบุตัวสินค้าได้อีกด้วย นอกจากนั้นทางกสทช.ก็ยังเอาใว้ใช้อ้างอิงและขึ้นทะเบียนในระบบ เนื่องจากในแต่ละยี่ห้อ และในแต่ละรุ่นนั้นมีจำนวนเครื่องมากมายหลายเครื่องจึงต้องมีหมายเลข serial number เอาไว้อ้างอิงครับ

 

ตัวอย่างหมายเลขปท.

ตัวอย่างหมายเลขปท.บนโทรศัพท์มือถือ

 

ชุดที่2 คือหมายเลขทะเบียน หรือNTC.ID หรือเลขปท.ที่เราคุ้นหูกันนั้นแหละครับ หมายเลขในกลุ่มนี้ก็คือหมายเลขทะเบียนที่ผู้นำเข้าเครื่องวิทยุสื่อสาร หรืออุปกรณ์โทรคมนาคมทุกรุ่นทุกแบบต้องนำมาจดทะเบียนไว้ที่กสทช.ครับ ทางกสทช.ก็จะตรวจสอบและรับรองว่าเครื่องวิทยุสื่อสารรุ่นนี้แบบนี้ของบริษัทนี้ นำเข้ามาอย่างถูกต้องแล้วนะ และเครื่องไม่ได้หรือขัดต่อกฏหมายนะ ความถี่รับส่งถูกต้องนะ สเปคต่างๆเป็นไปตามเกณฑ์นะ ถ้าทั้งหมดถูกต้องกสทช.ก็จะออกใบรับรองและตีทะเบียนให้กับเครื่องวิทยุสื่อสาร หรืออุปกรณ์โทรคมนาคมรุ่นนั้นๆครับ ซึ่งเลขกลุ่มนี้จะออกให้ชุดเดียวต่อ1รุ่นเท่านั้นนะครับ จะต่างจาก serial number ที่แต่ละเครื่องจะมีไม่ซ้ำเลขกับใคร (ดูเรื่องใกล้เคียงกับเรื่องนี้ สติกเกอร์ Class B หลังเครื่องวิทยุสื่อสาร คืออะไร?)
ทั้งหมดนี้แหละครับที่คุณจะต้องมองหา ไม่เช่นนั้นเครื่องที่คุณใช้อยู่ก็จะถูกเรียกว่าเครื่องเถื่อนในทันที เพราะหากเป็นเครื่องที่ไม่มี serial number นั้นอาจหมายถึงเครื่องคุณไม่ได้ผ่านสายการผลิตจากโรงงานเจ้าของลิขสิทธิ์(แล้วใครผลิตล่ะ) และนี่ก็อาจจะได้อีกสมญานามคือ “เครื่องปลอม” ครับ

อีกด้านหนึ่ง เครื่องที่ผ่านสายการผลิต มีserial number ครบ แต่เป็นการนำเข้ามาเป็นการส่วนตัว จะฝากเพื่อนที่ไปต่างประเทศซื้อสักเครื่อง2เครื่อง หรือไปเที่ยวต่างประเทศแล้วซื้อเข้ามาเอง ก็จะได้อีกสมญานามว่า “เคร่ืองหิ้ว” ซึ่งทั้งเครื่องปลอม และเครื่องหิ้ว ล้วนแล้วเป็น “เคร่ื่องเถื่อน!!” ทั้งสิ้นครับ ไม่สามารถนำไปขอใบอนุญาตใช้เครื่องได้นั่นเองครับ

คงเข้าใจแล้วนะครับ ทั้งหมดนี้ผมว่าด้วยเรื่องกฏหมายนะครับ ไม่ได้พูดถึงเร่ื่องคุณภาพเลย เพราะเครื่องบางเคร่ื่องกลายเป็นเคร่ื่องเถื่อน แต่เคร่ื่องนั้นไม่ได้เป็นเครื่องปลอมนะ คือเจ้าของลิขสิทธิ์เขาผลิตออกมาจริงๆแหละ แต่เราไปหิ้วกันเข้ามาเอง พอไม่ผ่านกระบวนการนำเข้าตามระบบกลไกของประเทศเรา กสทช.ก็ไม่ขึ้นทะเบียนให้ พอไม่มีทะเบียนหรือเลขปท. ก็นำไปขอใบอนุญาตไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ประสิทธิภาพนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ไม่งงเนอะ 🙂

เข้าไปดูเครื่องที่ผ่านการรับรองจากกสทช.แล้วได้ที่นี่ครับ

ดูวิธีการเลือกซื้อเคร่ื่องวิทยุสื่อสารของแท้ง่ายๆ จดทะเบียนได้!

 

HMD Channal

Instagram

The access_token provided is invalid.

About

แฮมมีดี เว็บไซต์ที่นำเสนอบทความเกี่ยวกับแวดวงวิทยุสมัครเล่น ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตร