ค่า IP หรือ IPX ในวิทยุสื่อสาร คืออะไร

ค่า IP หรือ Ingress Protection หรือเรียกอีกอย่างว่า IP Rating แต่เรามักจะคุ้นเคยกันดีในชื่อ IPX มันคืออะไรกันนะ  โดยเฉพาะเวลาเราอ่านสเปค เครื่องวิทยุสื่อสาร บนใบปลิวโฆษณา
วิทยุสื่อสาร บางรุ่นถึงกับเอาค่า IP มาโชว์ เน้นตัวหนาๆ แสดงให้เห็นชัดๆว่าเครื่องรุ่นนั้น รุ่นนี้ ผ่านการทดสอบ ได้ระดับคะแนน IP มาเท่าไร ถือว่าเป็นเงือนไขการซื้อและเครื่องมือทางการตลาดได้ดีทีเดียวสำหรับยุคที่ต้องแข่งขันกันด้วยออฟชั่นต่างๆ เรามารู้จักกันดีกว่า ว่าระดับคะแนนของ IP Rating ที่ผู้ผลิตมักเอามาอวดอ้างนั้น มีประโยชน์กับเรายังไงบ้าง

IP Ratting คืออะไร

ค่า IP คือมาตราฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้บริโภคทราบถึงความสามารถของอุปกรณ์ว่าสามารถป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อชิ้นส่วน หรือวงจรกลไกการทำงานภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้มากน้อยแค่ไหน เช่น วิทยุสื่อสาร รุ่นนี้ป้องกันน้ำ และฝุ่นละอองได้ระดับใด โดยจะระบุเป็นตัวเลข 2หลัก IPxx ตามหลังตังอักษร IP เพื่อให้ทราบว่าเป็นตัวเลขของโค้ดอะไร ตัวเลขหลักแรก เป็นระดับการป้องกันจากของแข็งหรือวัตถุที่จับต้องได้ และฝุ่นผง(ทั้งนี้รวมถึงอวัยวะของคนด้วย) เช่นIP2X ก็คือมีการป้องกันวัตถุต่างๆ ที่จะเข้ามาทำอันตรายวงจรภายใน ได้ในระดับ2 เป็นต้น หลักที่2จะเป็นระดับการป้องกันของเหลว เช่น IPX5 หมายถึงการป้องกันของเหลว ที่จะเข้ามาทำลายวงจรภายในได้ในระดับ5 เป็นต้น

 

ตัวอักษร X ในค่า IP Rating คืออะไร?

เข้าใจว่าน่าจะเป็นเหมือนการเลี่ยงตำแหน่งที่ไม่ได้กล่าวถึงครับ เช่นต้องการระบุถึงค่าระดับคะแนนการป้องกันของเหลว ก็จะเว้นหลักแรกไว้ เพื่อให้รู้ว่าตัวเลขนั้นเป็นตัวเลขประจำหลักที่2 นั่นหมายถึงการระบุถึงระดับการป้องกันขอเหลว ทั้งนี้ก็เพื่อลดการสับสน เช่นIPX 5 นั่นหมายถึงการป้องกันของเหลวได้ที่ระดับ5 หรือ IP2X เป็นระดับการป้องกันของแข็งระดับ2เป็นต้น เพราะเลข2อยู่หลักแรก แล้วเติมตัวXมาปิดหลักที่2ไว้เพื่อกันสับสน

ฉะนั้นเหตุผมที่เราคุ้นเคยกับชื่อ IPX มากกว่า IP Rating ก็น่าเป็นเป็นเพราะว่า ส่วนใหญ่ผู้ขายวิทยุสื่อสารมักจะโฆษณาคุณสมบัติการกันน้ำได้เท่าไร มากกว่า (เดี๋ยวนี้เน้นแช่น้ำโชว์กันแล้ว ^_^)

ip code

ตารางแสดงระดับคะแนน IP Rating และความหมายในแต่ละหลัก

เริ่มจากตัวเลขหลักแรก เป็นการป้องกันอุปกรณ์จากวัตถุหรือสิ่งของทีมีลักษณะจับต้องได้ ทั้งนี้รวมถึงอวัยวะและร่างกายมนุษย์เช่นมิ้วมือ ฝ่ามือ หลังมือเป็นต้น และยังรวมถึงฝุ่นละอองอีกด้วย แต่ทั้งหมดไม่ได้รวมถึงฝุ่นผงที่มีสารกัดกร่อน หรือเป็นพิษที่สามารถทำลายพื้นผิวอุปกรณ์ได้นะครับ ถ้าจะให้ป้องกันสารกัดกร่อนด้วยต้องไปดู มาตราฐานNEMA หรือ NEMA rating อีกชุดหนึ่งประกอบกันครับ

สำหรับ IP rating ตัวเลขหลักแรก การป้องกันวัตถุและฝุ่นละอองมี 6ระดับ ดังนี้
0 หมายถึง ไม่มีความสามารถการป้องกัน (ส่วนใหญ่จะเลี่ยงไม่ใส่ หากไม่มีการป้องกันได้เลย เพราะจะเป็นผลเสียของการตลาดด้วย)
1 หมายถึง ป้องกันวัตถุขนาดใหญ่กว่า 50มม. ขึ้นไป ถ้าเป็นอวัยวะร่างกาย เช่น มือ หลังมือ เป็นต้น
2 หมายถึง ป้องกันวัตถุขนาดใหญ่กว่า 12มม. ขึ้นไป ถ้าเป็นอวัยวะร่างกาย เช่นนิ้วมือ เป็นต้น
3 หมายถึง ป้องกันวัตถุขนาดใหญ่กว่า 2.5มม. ขึ้นไป เช่น เครื่องมือช่างชิ้นเล็กๆ หรือสายไฟเส้นหนาๆ เป็นต้น
4 หมายถึง ป้องกันวัตถุขนาดใหญ่กว่า 1 มม. ขึ้นไป เช่น สายไฟ น็อต สกรู เป็นต้น
5 หมายถึง ป้องกันฝุ่นละอองได้ แต่ไม่ทั้งหมด และปริมาณฝุ่นละอองที่เล็ดลอดเข้าไปนั้น ไม่สามารถทำอันตรายต่อระบบภายในของอุปกรณ์
6 หมายถึง ป้องกันฝุ่นละอองได้สมบูรณ์แบบ(ฝุ่นละอองไม่สามารถเข้าได้ อาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการปิดสนิททุกด้าน)

ลองสังเกตดีๆ ความหมายของระดับคะแนน IP Rating ในหลักที่1นั้น จะให้ความหมายถึงระดับการป้องการวัตถุแปลกปลอม ที่จะเข้าไปทำลายชิ้นส่วนภายในของอุปกรณ์เท่านั้น ไม่ได้มีเรื่องการป้องกันการตกกระแทก(Drop Test) และไม่ได้พูดถึงไว้เลย ฉะนั้นผู้บริโภคอย่าสับสนนะครับ

IP rating ตัวเลขหลักที่ 2 การป้องกันของเหลวมี8ระดับ ดังนี้
0 หมายถึง ไม่สามารถป้องกันได้เลย
1 หมายถึง ป้องกันหยดน้ำที่หยดลงมาตรงๆ
2 หมายถึง ป้องกันหยดน้ำที่ตกกระทบทำมุม 15 องศา
3 หมายถึง ป้องกันหยดน้ำที่ตกกระทบทำมุม 60 องศา
4 หมายถึง ป้องกันน้ำที่ตกกระทบจากรอบทิศทาง เช่น สายฝนโปรยๆ
5 หมายถึง ป้องกันจากสายน้ำ (jet water) หรือจากหัวฉีดประมาณ 6.3 มม. ได้รอบทิศทาง
6 หมายถึง ป้องกันจากสายน้ำที่แรงขึ้น (jet water) หรือจากหัวฉีดประมาณ 12.5 มม.
7 หมายถึง ป้องกันจากการจมน้ำได้ประมาณ 1เมตร (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแรงดันด้วยนะครับ)
8 หมายถึง ป้องกันจากการจมน้ำได้มากกว่า 1เมตร ทดแรงดันได้มากกว่าระดับ 7 (บางผลิตภัณฑ์ที่ได้การป้องกันระดับนี้ อาจหมายถึง เป็นอุปกรณ์ที่น้ำสามารถใหลผ่านได้)

 

iprating
 

แล้วใครล่ะเป็นคนออกแบบมาตราฐานเหล่านี้?

IEC (International Electrotechnical Commission)
เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ร่างมาตรฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และร่วมมือกับ ISO อย่างใกล้ชิด ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวโน้มความเป็นสากลของ
โลก และตามโลกาภิวัฒน์ โดยขณะนี้ IEC มีประเทศสมาชิกเกือบทุกประเทศในโลก คล้ายๆมาตราฐานอื่นๆ ที่การันตีสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไป อย่างที่เราคุ้นหูกันดีเช่น ISO มอก. เป็นต้น

ISO ก็เป็นมาตราฐานหนึ่งของ International Organization for Standardization องค์กรกําหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ กําหนดมาตรฐานทั่วไปทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยกเว้นทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นั่นเองครับ

 

สรุป

IP Rating ของ IEC (International Electrotechnical Commission)คือมาตราฐานหนึ่งที่ระบุคะแนนความสามารถของอุปกรณ์ต่อการป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอกที่จะเข้ามาทำอันตรายต่อชิ้นอุปกรณ์ภายในของอุปกณณ์แต่ละชิ้นเป็นต้นด้วย ของแข็งและของเหลว โดยกำหนดเป็น IP CODE ขึ้นมา และใช้โดยทั่วไปเป็สากล ซึ่งจะกำหนดไว้เฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวจะต้องไม่มีสารกัดกร่อนรวมอยู่ด้วย

ถึงตรงนี้แล้ว ก็พอจะเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าคะแนน IP Rating นั้น ทดสอบมาเฉพาะการป้องกันมวัตถุแปลกปลอมและของเหลวที่จะเข้าไปทำอันตรายต่อชิ้นส่วนภายในเท่านั้น วิทยุสื่อสาร ที่โฆษณาว่า ได้คะแนน IPxx เท่านั้นเท่านี้ สามารถทนแรงกระแทกได้ นั้นไม่ใช่นะครับ อันนั้นต้องไปดูเรื่อง การทดสอบการตก(Droptest) ครับ

 

 

ภาพประกอบ
www.compomax.co.th/
www.bluesea.com

ตัวอย่างบริษัทที่รับทดสอบ IP Class
http://www.paconsult.de/en/tests/ip-testing/

อ้างอิงข้อมูล
http://en.wikipedia.org/wiki/IP_Code#IPX_Codingห
http://www.iec.ch/index.htm

HMD Channal

Instagram

The access_token provided is invalid.

About

แฮมมีดี เว็บไซต์ที่นำเสนอบทความเกี่ยวกับแวดวงวิทยุสมัครเล่น ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตร